สาส์นแห่งความสุข
ฉันไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่ หลังจากผ่านเหตุการณ์ร้ายๆในชีวิตของฉันเมื่อเดือนสองเดือนก่อนมาแล้ว ในช่วงนี้ ฉันสังเกตว่าหลายๆคนที่หวังดีกับฉัน และแทบทุกสิ่งอย่างรอบตัวเหมือนจะพยายามส่งสาส์นมากระตุ้นให้ฉันรู้สึกว่า ถึงเวลาแล้วที่ฉันจะต้องออกมาจากถ้ำและกลายร่างเป็นคนมีความสุขเสียที
ไม่ว่าจะเป็นการส่งสาส์นโดยตั้งใจและปรารถนาดีจากคนรอบข้าง ที่ทราบรายละเอียดว่าเกิดอะไรขึ้นในชีวิตฉันและคอยส่งกำลังใจให้ฉันอยู่สม่ำเสมอ จนไปถึงสาส์นจากผู้คนและเหตุการณ์ที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง ไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลย แต่ก็ได้ส่งสาส์นมาให้ฉันจนได้ในรูปแบบของเหตุการณ์บังเอิญต่างๆ
ยกตัวอย่างเช่น สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้
เมื่อช่วงบ่าย นักเรียนคนเก่ง น้องแม้ดดี้ ได้มาเรียนร้องเพลงตามปกติ ระหว่างการสอน ฉันสังเกตเป็นเสื้อที่น้องแม้ดดี้ใส่มาเรียน ข้อความบนเสื้อทำให้ฉันรู้สึกว่ามันเป็นข้อความที่ฉันกำลังอยากได้รับ และทำให้ฉันยิ้มออกมาได้
ไม่ว่าจะเป็นการส่งสาส์นโดยตั้งใจและปรารถนาดีจากคนรอบข้าง ที่ทราบรายละเอียดว่าเกิดอะไรขึ้นในชีวิตฉันและคอยส่งกำลังใจให้ฉันอยู่สม่ำเสมอ จนไปถึงสาส์นจากผู้คนและเหตุการณ์ที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง ไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลย แต่ก็ได้ส่งสาส์นมาให้ฉันจนได้ในรูปแบบของเหตุการณ์บังเอิญต่างๆ
ยกตัวอย่างเช่น สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้
เมื่อช่วงบ่าย นักเรียนคนเก่ง น้องแม้ดดี้ ได้มาเรียนร้องเพลงตามปกติ ระหว่างการสอน ฉันสังเกตเป็นเสื้อที่น้องแม้ดดี้ใส่มาเรียน ข้อความบนเสื้อทำให้ฉันรู้สึกว่ามันเป็นข้อความที่ฉันกำลังอยากได้รับ และทำให้ฉันยิ้มออกมาได้
คิดๆดูแล้ว มันจริงที่สุดเลยล่ะ เพียงแค่ยิ้ม พอใจกับสิ่งที่มีอยู่ รักเพื่อนๆและคนรอบข้าง เลือกทำสิ่งที่สนุก เดินทางบ่อยๆ ขยันทำงานและทำสิ่งที่เราฝันไว้ให้เกิดขึ้น คิดบวก และรู้จักส่งความรักไปรอบๆตัว แค่นี้มันก็ทำให้เรากลายเป็นคนโชคดีได้แล้วจริงๆ
ตกเย็น ฉันไปเดินห้าง ตั้งใจจะไปหาซื้อหนังสือ แคร์ เช่น มิตร ของพี่กาละแมร์ มีคนแนะนำให้ฉันไปหาซื้อมาอ่าน เพราะเป็นหนังสือที่ทำให้คนอ่านมีกำลังใจที่จะใช้ชีวิตอย่างมีความสุข แถมยังได้บุญ เพราะรายได้จากการขายหนังสือจะถูกส่งไปบริจาคโครงการ ก้าว คนละก้าว ของพี่ตูนอีกด้วย
ในตอนแรก ฉันแอบคิดว่าขนาดมีคนรอบข้างที่รู้จักกันคอยให้กำลังใจฉันมากมาย ก็ยังมีบางวันที่ฉันรู้สึกจิตตกเลย แล้วนับประสาอะไรที่หนังสือ ซึ่งถูกเขียนโดยคนที่ฉันไม่เคยเจอตัวจริง จะมาทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้น
แต่สุดท้ายฉันก็ตัดสินใจไปซื้อ ไปถึงห้างก็ตรงไปที่ร้านหนังสือ เจอหนังสือเล่มนี้วางแผงอยู่เด่นชัดจนไม่ต้องเดินหา ฉันหยิบและเดินไปจ่ายเงินซื้อที่ counter ตามปกติ แต่สิ่งที่ฉันคาดไม่ถึงเลยก็คือ สักครู่ต่อมา ฉันก็ได้บังเอิญเจอกับพี่กาละแมร์เข้าจริงๆ ได้มีโอกาสพูดคุย เล่าถึงสิ่งเกิดขึ้นกับฉัน
ในวันนี้ ฉันเดินกลับบ้านด้วยรอยยิ้ม พร้อมหนังสือที่พี่แมร์เซ็นต์ให้ และกำลังใจจากพี่แมร์
ขอบคุณนะคะ ขอบคุณชีวิตที่ส่งสาส์นมาเตือนให้ฉันมีความสุข
ฉันสัญญาว่าจะพยายามนะ
Comments
Post a Comment