Posts

Showing posts from 2017

Dine in the dark - มื้อค่ำในความมืดสนิท

Image
เย็นวันนี้ ได้มีโอกาสไปทานอาหารพิเศษที่ร้านชื่อว่า "Dine in the dark" ร้าน "Dine in the dark" นี้เป็นส่วนหนึ่งของ BarSu ในโรงแรม Sheraton Grande สุขุมวิท เป็นร้านอาหารที่คุณจะได้นั่งทานอาหารทุกอย่างอยู่ในความมืด คุณจะได้รู้จากประสบการณ์จริงว่าการนั่งทานอาหารเหมือนคนตาบอดนั้นรู้สึกอย่างไร บริกรทุกคนในร้านเป็นคนตาบอด และรายได้ส่วนหนึ่งของร้านจะถูกนำไปบริจาคให้กับมูลนิธิคนตาบอด ดังนั้น ในมื้อนี้ นอกจากได้เรียนรู้ประสบการณ์แล้ว ยังได้ทำบุญไปในเวลาเดียวกันด้วยค่ะ ฉันกับกลุ่มเพื่อนๆนัดเจอกันในเวลา 18:30 ที่ร้าน Barsu ชั้นใต้ดินของโรงแรม หลังจากทุกคนมาครบแล้ว พนักงานได้เดินมาถามว่าแต่ละคนอยากเลือกทานอาหารประเภทไหน มีให้เลือกระหว่าง Western, Asian, Vegetarian และ Chef's Special   ฉันเลือก Chef's Special โดยเมนูอาหารจะมีทั้งหมดสี่คอร์ส นี่คือข้อมูลทั้งหมดที่พวกเราได้รู้ เราเลือกได้ว่าจะทานอาหารประเภทไหน แต่จะไม่ทราบเลยว่าเมนูที่ได้ทานจะมีอะไรบ้าง หลังจากนั้นพนักงานก็เอาผ้ากันเปื้อนมาแจกพร้อมนำกระเป๋าถือและทรัพย์สินของทุกคนไปเก็บใน locker ทางร้านห้ามไม...

Thanksgiving - Giving Thanks

Image
วัน Thanksgiving หรือ วันขอบคุณพระเจ้า โดยทั่วไป คนเรามักจะบ่นเรื่องชีวิตตัวเองไปในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเกี่ยวกับความซากซ้ำจำเจ เรื่องราวเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับตัวเอง อยากได้ในสิ่งที่ตัวเองไม่มี แต่เรามักจะลืมว่าทุกวันนี้เรามีอะไรอยู่บ้าง เรามักจะเห็นสิ่งที่เรามีเป็นของตาย ลืมว่าเราโชคดีแค่ไหนที่เรามีสิ่งที่เรามีอยู่ วันนี้เป็นวันแห่งการสำนึก และขอบคุณสิ่งดีๆที่เรามีหรือได้รับมาในชีวิตเรา ฉันขอขอบคุณสิ่งต่อไปนี้ - ขอบคุณที่ฉันเกิดมาครบ 32 - ขอบคุณที่ฉันมีครอบครัว เกิดมามีพ่อมีแม่ครบ - ขอบคุณครูบาอาจารย์ที่ถ่ายทอดวิชาความรู้ - ขอบคุณที่ฉันมีที่อยู่ มีเตียงนุ่มๆ ห้องแอร์เย็นๆนอนสบาย - ขอบคุณที่ฉันมีอาหารที่อยากกิน ไม่เคยขาด มีน้ำสะอาดดื่ม - ขอบคุณที่ฉันมีเสื้อผ้าใส่ - ขอบคุณที่ฉันได้รับการศึกษาที่ดี - ขอบคุณที่ฉันได้มีโอกาสท่องโลกกว้างและสื่อสารกับผู้คนมากมายหลายภาษา - ขอบคุณที่ฉันได้ทำงานที่ฉันรัก - ขอบคุณที่ฉันมีเพื่อนดีๆ ไม่ชักพาฉันไปในทางที่ผิดศีลธรรม ทั้งเพื่อนเก่าและเพื่อนใหม่ๆที่เข้ามา - ขอบคุณแฟนเก่าที่ทำให้ฉันได้รู้ว่า จริงๆฉันก็เป็นคนคิดบวกน...

สาส์นแห่งความสุข

Image
ฉันไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่ หลังจากผ่านเหตุการณ์ร้ายๆในชีวิตของฉันเมื่อเดือนสองเดือนก่อนมาแล้ว ในช่วงนี้ ฉันสังเกตว่าหลายๆคนที่หวังดีกับฉัน และแทบทุกสิ่งอย่างรอบตัวเหมือนจะพยายามส่งสาส์นมากระตุ้นให้ฉันรู้สึกว่า ถึงเวลาแล้วที่ฉันจะต้องออกมาจากถ้ำและกลายร่างเป็นคนมีความสุขเสียที ไม่ว่าจะเป็นการส่งสาส์นโดยตั้งใจและปรารถนาดีจากคนรอบข้าง ที่ทราบรายละเอียดว่าเกิดอะไรขึ้นในชีวิตฉันและคอยส่งกำลังใจให้ฉันอยู่สม่ำเสมอ จนไปถึงสาส์นจากผู้คนและเหตุการณ์ที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง ไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลย แต่ก็ได้ส่งสาส์นมาให้ฉันจนได้ในรูปแบบของเหตุการณ์บังเอิญต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ เมื่อช่วงบ่าย นักเรียนคนเก่ง น้องแม้ดดี้ ได้มาเรียนร้องเพลงตามปกติ ระหว่างการสอน ฉันสังเกตเป็นเสื้อที่น้องแม้ดดี้ใส่มาเรียน ข้อความบนเสื้อทำให้ฉันรู้สึกว่ามันเป็นข้อความที่ฉันกำลังอยากได้รับ และทำให้ฉันยิ้มออกมาได้ คิดๆดูแล้ว มันจริงที่สุดเลยล่ะ เพียงแค่ยิ้ม พอใจกับสิ่งที่มีอยู่ รักเพื่อนๆและคนรอบข้าง เลือกทำสิ่งที่สนุก เดินทางบ่อยๆ ขยันทำงานและทำสิ่งที่เราฝันไว้ให้เกิดขึ้น คิดบวก...

Happy Birthday To Me

Image
Happy Birthday to me Happy Birthday to me Happy Birthday dear me-ee Happy Birthday to me! 33 แล้วนะ ยังไม่แก่หรอก แค่มีเวลาบนโลกใบนี้น้อยลงอีกหนึ่งปี ขอให้ปีนี้พิ้วสุขภาพดี แข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ระบบเผาผลาญทำงานเต็มที่ การงานก้าวหน้า เงินทองไหลมาเทมา พบเจอแต่คนดีๆเข้ามาในชีวิต ที่สำคัญขอให้รักตัวเองมากๆและมีความสุขในทุกๆวันนะพิ้วนะ บางคนอ่านแล้วอาจจะคิดว่า ยัยนี่มันบ้า คนอะไร ร้องเพลงให้ตัวเอง อวยพรให้ตัวเอง แต่ความจริงแล้ว บุคคลที่เรารักที่สุดก็ควรจะเป็นตัวเอง และถ้าเรารักตัวเอง ทำไมเราจะหวังดีกับตัวเองและอวยพรให้ตัวเองไม่ได้ล่ะ เชื่อว่าความทรงจำแรกๆที่มีความสุขในใจของคนหลายๆคนก็คือ งานวันเกิดสมัยเด็กๆ ฉันเองก็ไม่ได้แตกต่างไปจากคนกลุ่มนี้ ในสมัยที่อายุของฉันยังเป็นตัวเลขหลักเดียว สามารถนับได้ครบโดยใช้แค่มือสองข้างของตัวเอง สมัยนั้น แค่ได้ยินคำว่างานวันเกิด เป่าเค้ก ก็ทำให้ตัวเองกรี๊ดตื่นเต้นดีใจต่อเนื่องไปได้หลายวัน ยิ่งใกล้วันงานก็ยิ่งนอนไม่หลับ นั่งไม่ติด คิดกลับไปก็ทำให้เห็นว่า วัยเด็กช่างเป็นวัยที่ทำให้เรามีความสุขกับชีวิตได้ง่ายมากๆ แค่จัดงานวันเกิดก็ดีใจ...

วันสุดท้ายของเลข 32

Image
วันสุดท้ายแล้วสินะ ที่ฉันจะพูดกับใครๆได้ว่าฉันอายุ 32 ปี ย้อนเวลากลับไปเมื่อวันเกิดครบ 32 ปีของฉันปีที่แล้ว เชื่อว่าคนรอบข้างฉัน รวมถึงตัวฉันเองคงไม่มีใครคาดคิดว่าตัวเลข 32 นี้จะกลายเป็นตัวเลขที่สอนอะไรฉันมากมาย ปี 2560 นี้คือปีชงของผู้ที่เกิดปีเถาะ ปีระกา แต่ฉัน ผู้ซึ่งเกิดปีชวด กลับรู้สึกเหมือนได้ตกลงไปว่ายน้ำอยู่ในถ้วยน้ำชาที่กำลังถูกชงอย่างเร่งด่วนจนตามไม่ทันว่าทิศไหนคือซ้าย ขวา บน ล่าง แต่ก็ใช่ว่าการชงจะมีแต่เรื่องร้ายๆ บางเวลาก็มีความสุขมากเหลือเกิน เหมือนน้ำตาลที่ถูกเติมลงมาช้อนแล้วช้อนเล่าในถ้วยใบนี้ บางเวลาก็ขุ่นมัวจนมองไม่เห็นอนาคตข้างหน้าเหมือนนมที่ถูกเติมลงมาในชาจนข้นคลัก ด้วยความที่ของเหลวในถ้วยใบนี้คือ ชานม มันทำให้ฉันตัดสินใจอะไรหลายๆอย่างบนพื้นฐานการเสพติดความหวานของน้ำตาล โดยมีความข้นของนมบดบังหนทางข้างหน้า ทำให้ฉันมองไม่เห็นและไม่ทันระวังตัวจากเรื่องร้ายๆที่คืบคลานเข้ามา เรื่องใหญ่ที่ทำให้ฉันเสียใจที่สุดในปีนี้ ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องความรัก เมื่อจู่ๆผู้ชายที่ฉันคบมา 5 ปี รักมาก และเชื่อมาตลอดว่าคู่ของฉันคงเป็นคนนี้ ได้เดินจากฉันไปอย่างไม่ใยดี ฉันร้องไห...